นวนิยาย เรื่องสั้น บทความ บทวิเคราะห์ บทวิจารณ์ โดย วิมล ไทรนิ่มนวล

ความฝันของผีเสื้อ ตอนที่ 1

เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก ไหมทองมักฝันอยู่เสมอว่า เมื่อโตขึ้นหล่อนจะเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุด แล้ววันหนึ่งก็ได้มีเจ้าชายมาพบหล่อน และขอหล่อนแต่งงาน พอย่างเข้าสู่วัยรุ่น ความฝันของหล่อนเปลี่ยนไปบ้าง หล่อนยังฝันจะเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดเช่นเดิม แต่ความร่ำรวยนั้นหล่อนจะสร้างมันด้วยตนเองก่อน และฝันที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยก็คือ หล่อนจะได้พบเจ้าชายในฝัน

                   เจ้าชายสูงศักดิ์ งามสง่า และปรารถนาจะได้หล่อนเข้าสู่พระราชพิธีมงคลสมรสอันยิ่งใหญ่…และหล่อนจะมีความสุขตลอดไป

                   ด้วยความฝันที่จะสร้างฐานะด้วยตัวเองประกอบกับความรักสวยรักงามทำให้ไหมทองคิดทำมาหากินตั้งแต่อายุยังน้อย หล่อนใฝ่ฝันมาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยมแล้วว่า หล่อนจะเป็นเจ้าของกิจการร้านผ้าไหมในกรุงเทพฯ ดังนั้น เมื่อจบมัธยมแล้วหล่อนจึงเรียนสายอาชีพ เกี่ยวกับการดีไซน์ – เทรนด์ – และการตัดเย็บเสื้อผ้า ส่วนในวันว่างหรือวันหยุดภาคเรียน หล่อนก็มักจะตระเวนไปยังหมู่บ้านต่าง ๆ ที่ทอและตัดเย็บเสื้อผ้า ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าใด ๆ ทั้งนั้น การใฝ่ใจอย่างจริงจังทำให้หล่อนเรียนดีเป็นพิเศษ ก้าวล้ำกว่าทุกคนในชั้นเรียน นอกจากนี้หล่อนยังเรียนพิเศษเกี่ยวกับการบริหารการเงินและการบัญชีอีกด้วย เป็นการเตรียมพร้อมเพื่อจะเป็นเจ้าของกิจการส่วนตัวโดยแท้

                   พอเรียนจบไหมทองก็เข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ งานที่หล่อนเลือกก็คือการขายเสื้อผ้าในห้างสรรพสินค้า ที่นอกจากเจ้าของจะเปิดขายหน้าร้านเองกล้ว ยังออกแบบและตัดเย็บเองอีกด้วย หล่อนไม่ได้เกี่ยงเรื่องเงินเดือน เพราะต้องการประสบการณ์ หล่อนตั้งใจว่าจะเป็นลูกจ้างสักสองปี พอได้เรียนรู้กระบวนการค้าขายเสื้อผ้าหมดแล้ว หล่อนก็จะเปิดร้านของตัวเองบ้าง

 

ความใฝ่ฝันของหล่อนไม่มีอุปสรรคมากนัก เพราะพ่อแม่ของหล่อนเต็มใจสนับสนุน แม้ว่าจะหนักอกหนักใจอยู่บ้างก็ไม่ได้ห้าม เพียงแต่เตือนสติให้หล่อนคิดเสียให้รอบคอบ

                   “มันไม่ใช่เงินน้อย ๆ” แม่หล่อนบอก

                   “แม่ไม่ต้องห่วง หนูรับรองว่าไปได้สวยแน่ ตอนนี้คนไทยกำลังนิยม และจะนิยมมากยิ่งขึ้น เพราะผ้าไหมนั้นมันดูมีรสนิยม คนทั่วโลกรู้จักกันดี พวกฝรั่งเขาก็ชอบกันมาก มาเที่ยวเมืองไทยทีก็หอบกันไป…เป็นกระบุงๆ” หล่อนเปรียบให้แม่เห็นภาพ ในวันที่ไปขอเงินพ่อแม่ที่บ้านนอก

                   “เอ็งจะเอาไปขายให้ฝรั่งมันที่ไหน”

                   “ก็ในกรุงเทพฯ ซิแม่ หนูตั้งใจจะเช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้าสักคูหาหนึ่ง…ซัก ๕๐ ตารางเมตร”

                   “มันแค่ไหนกันไอ้ ๕๐ ตารางเมตรเนี่ย” แม่หล่อนนึกภาพไม่ออก

                   “ก็ ๒๕ ตารางวา”

                   “ต้องใช้เงินสักเท่าไหร่”

                   หล่อนยังไม่อยากพูดเรื่องเงิน กลัวพ่อแม่จะตกใจ “ก็ราคาสูงหน่อยแหละแม่ ทำเลบนห้าง…ที่ราคาถูก ๆ ก็มี แต่มันไม่เวิร์ก…เอ้อ…ไม่มีคนเดินผ่าน”

                   “แล้วมันเท่าไหร่กันล่ะ”

                   “ตารางเมตรละ…” หล่อนไม่มอยากบอกตัวเลขเลย “ตารางเมตรก็เป็นหมื่น” หล่อนพูดรวบรัดว่า “มันไม่แพงหรอกนะแม่ แต่ราคามันสูง มีค่าวางมัดจำ ค่าประกัน รวมทั้งค่าตกแต่งร้าน ค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ค่าจ้างพนักงานขาย และเงินสำรองอีกส่วนหนึ่ง รวมแล้วก็ประมาณ ๑ ล้านบาทกว่า ๆ”

                   แม่จ้องหน้าหล่อนตาค้าง

                   พ่อหล่อนลอบถอนใจ มองผ่านนอกชานออกไปยังท้องทุ่ง

Pages: 1 2